Facebook Pixel

ประเภทประกันรถยนต์

ประกันรถยนต์มีกี่ประเภท? เปรียบเทียบชั้น 1, 2+, 3+ และ พ.ร.บ.

ก่อนซื้อหรือต่อประกันรถยนต์ ควรรู้ว่าประกันแต่ละชั้นคุ้มครองต่างกันอย่างไร เพราะเบี้ยที่ถูกกว่าอาจแลกกับความคุ้มครองที่น้อยลง หน้านี้สรุปประเภทประกันรถยนต์ในไทยแบบเข้าใจง่าย พร้อมตารางช่วยเลือกแผนที่เหมาะกับรถและงบของคุณ

  • ใบอนุญาต ว00016/2566
  • เปรียบเทียบ 24 บริษัท
  • ไม่มีโทรขายกวนใจ

ประกันรถยนต์แต่ละประเภทต่างกันอย่างไร

ประเภทคุ้มครองรถเราคุ้มครองคู่กรณีรถหาย/ไฟไหม้เหมาะกับใคร
ชั้น 1สูงสุดตามเงื่อนไขมีมีรถใหม่ รถมูลค่าสูง คนต้องการการคุ้มครองครบ
ชั้น 2+เฉพาะกรณีตามเงื่อนไข เช่น รถชนรถมีมีคนต้องการการคุ้มครองดี แต่ลดเบี้ยจากชั้น 1
ชั้น 2โดยทั่วไปไม่คุ้มครองความเสียหายรถเรามีมีคนเน้นคุ้มครองรถหาย/ไฟไหม้และคู่กรณี
ชั้น 3+เฉพาะกรณีรถชนรถตามเงื่อนไขมีโดยทั่วไปไม่มีรถอายุเยอะ ใช้งานประจำ ต้องการการลดเบี้ย
ชั้น 3ไม่มีมีไม่มีรถเก่า ใช้งานน้อย ต้องการเบี้ยต่ำ
พ.ร.บ.ไม่คุ้มครองตัวรถคุ้มครองชีวิต/ร่างกายตามกฎหมายไม่มีรถทุกคันต้องมีตามกฎหมาย

รายละเอียดจริงขึ้นอยู่กับกรมธรรม์ของแต่ละบริษัท ควรอ่านเงื่อนไขก่อนซื้อทุกครั้ง

ประกันรถยนต์ชั้น 1 เหมาะกับใคร

ประกันชั้น 1 เหมาะกับรถใหม่ รถที่ยังมีมูลค่าสูง หรือผู้ขับขี่ที่ต้องการการคุ้มครองครอบคลุมที่สุด โดยทั่วไปครอบคลุมความเสียหายต่อตัวรถ คู่กรณี รถหาย ไฟไหม้ และอุบัติเหตุหลายรูปแบบตามเงื่อนไขกรมธรรม์

ประกันรถยนต์ชั้น 2+ เหมาะกับใคร

ประกัน 2+ เหมาะกับคนที่ต้องการลดเบี้ยจากชั้น 1 แต่ยังต้องการความคุ้มครองสำคัญ เช่น รถชนรถ รถหาย และไฟไหม้ เหมาะกับรถที่ใช้งานประจำแต่ไม่ต้องการจ่ายเบี้ยสูงสุด

ประกันรถยนต์ชั้น 3+ และ 3 เหมาะกับใคร

ประกัน 3+ เหมาะกับรถที่มีอายุหลายปีและเจ้าของรถต้องการการคุ้มครองกรณีชนกับรถคู่กรณี ส่วนประกันชั้น 3 เหมาะกับคนที่ต้องการเบี้ยต่ำและเน้นคุ้มครองคู่กรณีเป็นหลัก

พ.ร.บ. ต่างจากประกันรถยนต์สมัครใจอย่างไร

พ.ร.บ. เป็นประกันภัยภาคบังคับตามกฎหมาย เน้นคุ้มครองชีวิตและร่างกายของผู้ประสบภัยจากรถ แต่ไม่คุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถของคุณ ดังนั้นรถส่วนใหญ่ควรมีทั้ง พ.ร.บ. และประกันรถยนต์สมัครใจที่เหมาะสม

วิธีเลือกประกันรถยนต์ให้เหมาะกับคุณ

ให้พิจารณา 5 เรื่องหลัก:

  1. อายุและมูลค่ารถ

    รถใหม่หรือมูลค่าสูงควรเลือกการคุ้มครองครอบคลุม

  2. ความถี่ในการใช้งาน

    ใช้ทุกวันหรือนานๆ ครั้ง ส่งผลต่อความเสี่ยง

  3. พื้นที่ที่จอดรถและเส้นทางที่ใช้ประจำ

    พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม รถหาย หรือจราจรหนาแน่น ควรพิจารณาเป็นพิเศษ

  4. งบประมาณเบี้ยประกัน

    ตั้งงบที่จ่ายไหวก่อนเลือกชั้นประกัน

  5. ความเสี่ยงที่รับได้หากเกิดเหตุ

    หากเกิดอุบัติเหตุ คุณพร้อมจ่ายส่วนต่างเองได้แค่ไหน

ไม่แน่ใจว่าควรเลือกประกันแบบไหน?

ใส่ข้อมูลรถ ให้ Gengmak ช่วยเปรียบเทียบและคัดแผนที่เหมาะให้คุณ

คำถามที่พบบ่อย