Facebook Pixel

ประเภทประกันรถยนต์

ประกันรถยนต์มีกี่ประเภท? เปรียบเทียบชั้น 1, 2+, 3+ ครบจบในหน้าเดียว

ก่อนเลือกซื้อหรือต่อประกันรถยนต์ สิ่งสำคัญที่สุดคือการเข้าใจว่าประกันแต่ละประเภทคุ้มครองอะไรบ้าง ราคาต่างกันแค่ไหน และแบบไหนเหมาะกับรถและการใช้งานของคุณ ประกันรถยนต์ หรือที่เรียกตามกฎหมายว่า "ประกันวินาศภัยรถยนต์" ในประเทศไทยแบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลัก: ชั้น 1 คุ้มครองครบทุกกรณี, ชั้น 2+ คุ้มครองรถชนรถ + รถหาย + ไฟไหม้, ชั้น 3+ คุ้มครองรถชนรถเท่านั้น และ พ.ร.บ. ประกันภาคบังคับที่รถทุกคันต้องมีตามกฎหมาย

  • ใบอนุญาต ว00016/2566
  • เปรียบเทียบ 24 บริษัท
  • ไม่มีโทรขายกวนใจ
  • ผ่อนชำระสูงสุด 10 เดือน

ตารางเปรียบเทียบประกันรถยนต์ทุกประเภท

ความคุ้มครองชั้น 1ชั้น 2+ชั้น 3+พ.ร.บ.
ความเสียหายต่อรถคุณ (ทุกกรณี)
ความเสียหายต่อรถคุณ (ชนกับรถคันอื่น)
รถสูญหาย / ถูกโจรกรรม
ไฟไหม้
น้ำท่วม❌*
ความเสียหายต่อรถคู่กรณี
ความเสียหายต่อทรัพย์สินบุคคลภายนอก
ค่ารักษาพยาบาลผู้ขับขี่
ค่ารักษาพยาบาลผู้โดยสาร
ประกันตัวผู้ขับขี่
ราคาเบี้ยเริ่มต้น (โดยประมาณ)8,000-30,000+5,000-12,0003,000-7,000600-1,100

*ประกันชั้น 2+ บางแผนสามารถซื้อความคุ้มครองน้ำท่วมเพิ่มได้ ขึ้นอยู่กับบริษัทประกัน รายละเอียดจริงให้ดูตามกรมธรรม์ของแต่ละบริษัท

ประกันรถยนต์ชั้น 1 — คุ้มครองครบ เหมาะกับรถใหม่หรือรถที่ต้องการความอุ่นใจสูงสุด

ครอบคลุมอะไรบ้าง?

ประกันรถยนต์ชั้น 1 คือประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็น:

  • รถคุณเสียหาย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายถูกหรือฝ่ายผิด รวมถึงเฉี่ยวชนเอง ชนเสาไฟ หรือถูกกระบะพุ่งชน
  • รถสูญหาย หรือถูกโจรกรรมทั้งคัน
  • ไฟไหม้ ทั้งจากเหตุไฟฟ้าลัดวงจรหรือเหตุภายนอก
  • น้ำท่วม ซึ่งเป็นภัยที่พบบ่อยในประเทศไทย โดยเฉพาะช่วงฤดูฝน
  • ความเสียหายต่อรถคู่กรณี และทรัพย์สินบุคคลภายนอก
  • ค่ารักษาพยาบาล สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
  • ประกันตัวผู้ขับขี่ กรณีถูกควบคุมตัวจากอุบัติเหตุ

เหมาะกับใคร?

  • รถใหม่ป้ายแดง หรือรถอายุไม่เกิน 5 ปี
  • รถที่ยังผ่อนอยู่ (ไฟแนนซ์มักกำหนดให้ทำชั้น 1)
  • คนที่ขับรถบ่อย ขับไกล หรือจอดรถริมถนน
  • คนที่ต้องการความอุ่นใจสูงสุด ไม่อยากเสียเงินซ่อมรถเอง

เบี้ยประกันชั้น 1 ราคาเท่าไหร่?

เบี้ยประกันชั้น 1 ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย:

  • ยี่ห้อและรุ่นรถ — รถหรูหรือรถสปอร์ตมีเบี้ยสูงกว่า
  • ปีรถ — รถใหม่มีทุนประกันสูง เบี้ยจึงสูงกว่า
  • อายุผู้ขับขี่ — อายุน้อยกว่า 25 ปี อาจมีเบี้ยสูงกว่า
  • จังหวัดที่จดทะเบียน — กรุงเทพฯ และปริมณฑลมักมีเบี้ยสูงกว่าต่างจังหวัด
  • ประวัติการเคลม — เคลมบ่อย เบี้ยปีถัดไปอาจสูงขึ้น
  • ซ่อมห้าง vs ซ่อมอู่ — ซ่อมศูนย์/ห้าง เบี้ยสูงกว่าซ่อมอู่ประมาณ 20-40%

โดยทั่วไป เบี้ยประกันชั้น 1 อยู่ที่ประมาณ 8,000 – 30,000 บาทต่อปี สำหรับรถเก๋ง/รถ SUV ทั่วไป

ประกันรถยนต์ชั้น 2+ — ประหยัดกว่าชั้น 1 แต่ยังคุ้มครองรถชนรถ + รถหาย

ครอบคลุมอะไรบ้าง?

ประกันชั้น 2+ คุ้มครองเหมือนชั้น 1 ในกรณีที่รถคุณชนกับรถคันอื่น (ต้องมีคู่กรณีเป็นรถ) รวมถึง:

  • ความเสียหายต่อรถคุณ เฉพาะกรณีชนกับรถคันอื่น
  • รถสูญหาย / ถูกโจรกรรม
  • ไฟไหม้
  • ความเสียหายต่อรถคู่กรณีและทรัพย์สินบุคคลภายนอก
  • ค่ารักษาพยาบาลและประกันตัวผู้ขับขี่

ข้อจำกัดที่ต้องรู้

  • ไม่คุ้มครองกรณีเฉี่ยวชนเอง เช่น ชนเสา ตกหลุม เปิดประตูชนกำแพง — กรณีเหล่านี้ต้องซ่อมเอง
  • ไม่คุ้มครองน้ำท่วมเป็นค่าเริ่มต้น (บางบริษัทขายเพิ่มได้)
  • ต้องมีคู่กรณีเป็นรถ ถ้ารถคุณถูกมอเตอร์ไซค์ชนแล้วหนี ไม่สามารถระบุคู่กรณีได้ อาจเคลมไม่ได้

เหมาะกับใคร?

  • รถอายุ 3-7 ปี
  • คนที่ขับรถระมัดระวัง ไม่ค่อยเฉี่ยวชนเอง
  • คนที่ต้องการประหยัดเบี้ย แต่ยังอยากได้ความคุ้มครองรถหายและรถชนรถ
  • คนที่จอดรถในที่จอดรถเปิด (กลัวรถหาย)

ราคาเบี้ย

ประมาณ 5,000 – 12,000 บาทต่อปี ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ รุ่น และทุนประกัน

ประกันรถยนต์ชั้น 3+ — ประหยัดที่สุด สำหรับรถเก่าที่ยังอยากมีประกันชนรถ

ครอบคลุมอะไรบ้าง?

ประกันชั้น 3+ คุ้มครองน้อยที่สุดในบรรดาประกันภาคสมัครใจ:

  • ความเสียหายต่อรถคุณ เฉพาะกรณีชนกับรถคันอื่น (เหมือนชั้น 2+)
  • ความเสียหายต่อรถคู่กรณีและทรัพย์สินบุคคลภายนอก
  • ค่ารักษาพยาบาลและประกันตัวผู้ขับขี่

ข้อจำกัด

  • ไม่คุ้มครองรถสูญหาย — ถ้ารถหาย ไม่ได้เงินชดเชย
  • ไม่คุ้มครองไฟไหม้
  • ไม่คุ้มครองน้ำท่วม
  • ไม่คุ้มครองกรณีชนเอง

เหมาะกับใคร?

  • รถอายุ 7 ปีขึ้นไป
  • รถที่มูลค่าต่ำ ไม่คุ้มที่จะจ่ายเบี้ยชั้น 1 หรือ 2+
  • คนที่ขับรถไม่บ่อย หรือจอดในที่ปลอดภัย
  • คนที่ต้องการประหยัดเบี้ยสูงสุด แต่ยังอยากมีประกันพื้นฐาน

ราคาเบี้ย

ประมาณ 3,000 – 7,000 บาทต่อปี

พ.ร.บ. (ประกันภาคบังคับ) — รถทุกคันต้องมี ตามกฎหมาย

พ.ร.บ. คืออะไร?

พ.ร.บ. ย่อมาจาก "พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ" เป็นประกันภาคบังคับที่รถทุกคันต้องมีตามกฎหมาย ไม่ว่าจะมีประกันภาคสมัครใจหรือไม่

คุ้มครองอะไร?

  • ค่ารักษาพยาบาล สูงสุด 80,000 บาทต่อคน (ไม่ต้องพิสูจน์ฝ่ายผิด)
  • กรณีเสียชีวิต ทุพพลภาพ สูญเสียอวัยวะ สูงสุด 300,000 – 500,000 บาท
  • คุ้มครองเฉพาะคน (ผู้ขับขี่และผู้โดยสาร) ไม่คุ้มครองตัวรถ

ราคา พ.ร.บ.

  • รถเก๋ง: ประมาณ 600 – 650 บาทต่อปี
  • รถกระบะ: ประมาณ 900 – 1,100 บาทต่อปี

สิ่งที่ควรรู้

  • ถ้าไม่มี พ.ร.บ. ต่อทะเบียนรถไม่ได้ และมีโทษปรับ
  • พ.ร.บ. ต่อได้พร้อมกับประกันภาคสมัครใจ ในที่เดียว
  • ที่ gengmak.com สามารถต่อ พ.ร.บ. พร้อมประกันรถยนต์ได้ในขั้นตอนเดียว

เลือกประกันรถยนต์ประเภทไหนดี? ดูจากอายุรถและการใช้งาน

อายุรถเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยตัดสินใจว่าควรเลือกประกันแบบไหนถึงจะคุ้ม

  1. รถใหม่ (0-3 ปี)

    แนะนำ: ชั้น 1 ซ่อมศูนย์/ห้าง

    • รถยังมีมูลค่าสูง คุ้มที่จะทำประกันเต็ม
    • ไฟแนนซ์มักบังคับให้ทำชั้น 1
    • ควรเลือกทุนประกันไม่ต่ำกว่า 80% ของราคารถ
  2. รถอายุ 3-5 ปี

    แนะนำ: ชั้น 1 ซ่อมอู่ หรือ ชั้น 2+

    • ถ้ายังผ่อนอยู่ ทำชั้น 1 ซ่อมอู่ (ประหยัดกว่าซ่อมห้าง 20-40%)
    • ถ้าผ่อนหมดแล้ว เปลี่ยนมาชั้น 2+ ได้ ถ้าจอดรถในที่ปลอดภัย
  3. รถอายุ 5-8 ปี

    แนะนำ: ชั้น 2+ หรือ ชั้น 3+

    • มูลค่ารถลดลง เบี้ยชั้น 1 อาจไม่คุ้ม
    • ชั้น 2+ ยังให้ความคุ้มครองรถหายและไฟไหม้
    • ถ้าจอดในบ้านหรือที่จอดปลอดภัย ชั้น 3+ ก็เพียงพอ
  4. รถอายุ 8 ปีขึ้นไป

    แนะนำ: ชั้น 3+ หรือ พ.ร.บ. อย่างเดียว

    • มูลค่ารถต่ำ ทำประกันชั้น 1 ไม่คุ้มเบี้ย
    • ชั้น 3+ ยังให้ความคุ้มครองกรณีชนรถคันอื่น
    • ถ้ารถใช้งานน้อยมาก อาจใช้แค่ พ.ร.บ.

ไม่แน่ใจว่าเหมาะกับประกันแบบไหน? กรอกข้อมูลรถ แล้วเราแนะนำให้

ประกันชั้น 1 vs ชั้น 2+ vs ชั้น 3+ ต่างกันตรงไหน? (สรุปสั้นๆ)

  • ชั้น 1คุ้มครองทุกกรณี ชนเอง ชนคนอื่น รถหาย ไฟไหม้ น้ำท่วม
  • ชั้น 2+คุ้มครองเฉพาะชนกับรถคันอื่น + รถหาย + ไฟไหม้ (ชนเองไม่ได้)
  • ชั้น 3+คุ้มครองเฉพาะชนกับรถคันอื่น (รถหาย ไฟไหม้ ชนเอง ไม่ได้ทั้งหมด)

ข้อแตกต่างหลักคือ "ชนเอง" — ถ้าคุณชนเสาไฟ ตกหลุม เปิดประตูชนกำแพง: ชั้น 1 เคลมได้ ส่วนชั้น 2+ และ 3+ เคลมไม่ได้

ซ่อมศูนย์ (ซ่อมห้าง) vs ซ่อมอู่ ต่างกันยังไง?

เมื่อเลือกประกันชั้น 1 จะมีตัวเลือก 2 แบบ:

ซ่อมศูนย์ / ซ่อมห้าง

  • ซ่อมที่ศูนย์บริการของยี่ห้อรถ
  • ใช้อะไหล่แท้ ช่างผ่านการอบรมจากตัวแทนจำหน่าย
  • เบี้ยสูงกว่าซ่อมอู่ประมาณ 20-40%
  • เหมาะกับรถใหม่ หรือรถที่ยังอยู่ในประกัน/ซ่อมฟรีของศูนย์

ซ่อมอู่

  • ซ่อมที่อู่ซ่อมรถในเครือข่ายของบริษัทประกัน
  • คุณภาพขึ้นอยู่กับอู่ (บางอู่ดีมาก บางอู่ก็ธรรมดา)
  • เบี้ยถูกกว่าอย่างเห็นได้ชัด
  • เหมาะกับรถที่พ้นประกันศูนย์แล้ว หรือคนที่ต้องการประหยัด

เคล็ดลับ: รถอายุ 3-5 ปี เปลี่ยนจากซ่อมศูนย์มาซ่อมอู่ ประหยัดเบี้ยได้หลายพันบาทต่อปี โดยยังได้ความคุ้มครองเท่ากัน

ไม่แน่ใจว่าควรเลือกประกันแบบไหน?

กรอกข้อมูลรถ ให้ gengmak ช่วยเปรียบเทียบจาก 24 บริษัท และคัดแผนที่เหมาะให้คุณ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

เปรียบเทียบประกันรถยนต์จาก 24 บริษัทชั้นนำ ฟรี ไม่ต้องให้ข้อมูลส่วนตัว

ที่ gengmak.com คุณสามารถเปรียบเทียบเบี้ยประกันรถยนต์จาก 24 บริษัทประกันชั้นนำได้ในไม่กี่นาที:

  • เช็กเบี้ยฟรี ไม่ต้องให้เบอร์โทร ไม่มีโทรขายกวนใจ
  • เปรียบเทียบราคาและความคุ้มครองจากหลายบริษัทในครั้งเดียว
  • ซื้อออนไลน์หรือผ่าน LINE
  • ผ่อน 0% สูงสุด 10 เดือน
  • บริการลูกค้า 24 ชั่วโมง
  • นายหน้าประกันภัยที่ได้รับใบอนุญาตจาก คปภ. (เลขที่ ว00016/2566)