ประกันรถยนต์มีกี่ประเภท? ชั้น 1, 2+, 2, 3+ และ 3 ต่างกันอย่างไร
เทียบความคุ้มครองทีละชั้น แล้วเลือกให้ตรงกับรถและการใช้งานของคุณ
ประกันรถยนต์แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ พ.ร.บ. ที่กฎหมายบังคับให้รถทุกคันต้องมี และประกันภาคสมัครใจที่คุณเลือกซื้อเพิ่ม ซึ่งมี 5 ชั้นหลัก คือ ชั้น 1, 2+, 2, 3+ และ 3 แต่ละชั้นต่างกันที่การจ่ายค่าซ่อมรถของคุณเอง และการคุ้มครองรถหายกับไฟไหม้
อัปเดตล่าสุด 17 ตุลาคม 2569
ประกันภาคบังคับกับประกันภาคสมัครใจ ต่างกันอย่างไร
พ.ร.บ. หรือประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ เป็นประกันภาคบังคับที่รถทุกคันต้องมีตามกฎหมาย คุ้มครองค่ารักษาพยาบาล การทุพพลภาพ และการเสียชีวิตของคนที่บาดเจ็บจากรถ ทั้งคนขับ ผู้โดยสาร และคนภายนอก แต่ไม่จ่ายค่าซ่อมรถหรือทรัพย์สินของใครเลย
ประกันภาคสมัครใจคือประกันที่คุณเลือกซื้อเพิ่มจาก พ.ร.บ. เพื่อดูแลทรัพย์สิน เช่น ค่าซ่อมรถของคุณ ค่าซ่อมรถของคู่กรณี และทรัพย์สินของคนอื่นที่เสียหายจากอุบัติเหตุ รวมถึงค่าเสียหายต่อชีวิตและร่างกายของบุคคลภายนอกในส่วนที่เกินวงเงินของ พ.ร.บ.
ประกันภาคสมัครใจทุกชั้นคุ้มครองความรับผิดต่อคู่กรณีและบุคคลภายนอกเมื่อคุณเป็นฝ่ายผิด สิ่งที่ทำให้แต่ละชั้นต่างกันคือความคุ้มครองตัวรถของคุณเอง ว่าจ่ายค่าซ่อมเมื่อชนแบบไหน และคุ้มครองรถหาย ไฟไหม้ หรือน้ำท่วมหรือไม่ ถ้าคุณรู้แล้วว่าอยากได้ชั้นไหน ไปเทียบเบี้ยจากหลายบริษัทได้ที่หน้าเปรียบเทียบประกันรถยนต์
ตารางเปรียบเทียบประกันรถยนต์ 5 ชั้น และ พ.ร.บ.
| ความคุ้มครอง | ชั้น 1 | ชั้น 2+ | ชั้น 2 | ชั้น 3+ | ชั้น 3 | พ.ร.บ. |
|---|---|---|---|---|---|---|
| รถคุณเสียหาย ชนเองโดยไม่มีคู่กรณี | คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง |
| รถคุณเสียหาย ชนกับยานพาหนะทางบกที่ระบุคู่กรณีได้ | คุ้มครอง | คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง | คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง |
| รถสูญหาย ถูกโจรกรรม | คุ้มครอง | คุ้มครอง | คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง |
| ไฟไหม้ | คุ้มครอง | คุ้มครอง | คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง |
| น้ำท่วม | ขึ้นอยู่กับแผน | ขึ้นอยู่กับแผน | ขึ้นอยู่กับแผน | ขึ้นอยู่กับแผน | ไม่คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง |
| กระจกแตกร้าว ไม่มีคู่กรณี | คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง |
| รถและทรัพย์สินของคู่กรณีหรือบุคคลภายนอก | คุ้มครอง | คุ้มครอง | คุ้มครอง | คุ้มครอง | คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง |
| ชีวิตและร่างกายของบุคคลภายนอก | คุ้มครอง | คุ้มครอง | คุ้มครอง | คุ้มครอง | คุ้มครอง | คุ้มครอง |
| ค่ารักษาพยาบาลผู้ขับขี่และผู้โดยสาร | ขึ้นอยู่กับแผน | ขึ้นอยู่กับแผน | ขึ้นอยู่กับแผน | ขึ้นอยู่กับแผน | ขึ้นอยู่กับแผน | คุ้มครอง |
| อุบัติเหตุส่วนบุคคล (เสียชีวิต ทุพพลภาพ) | ขึ้นอยู่กับแผน | ขึ้นอยู่กับแผน | ขึ้นอยู่กับแผน | ขึ้นอยู่กับแผน | ขึ้นอยู่กับแผน | คุ้มครอง |
| ประกันตัวผู้ขับขี่ | ขึ้นอยู่กับแผน | ขึ้นอยู่กับแผน | ขึ้นอยู่กับแผน | ขึ้นอยู่กับแผน | ขึ้นอยู่กับแผน | ไม่คุ้มครอง |
ตารางนี้สรุปความคุ้มครองทั่วไปของแต่ละชั้น วงเงิน ค่าเสียหายส่วนแรก และเงื่อนไขจริงเป็นไปตามกรมธรรม์ของแต่ละบริษัท ชั้น 1 บางแผนจำกัดวงเงินหรือไม่คุ้มครองน้ำท่วม ชั้น 2+, 2 และ 3+ แบบมาตรฐานไม่คุ้มครองน้ำท่วม แต่บางแผนเพิ่มความคุ้มครองน้ำท่วมหรือภัยธรรมชาติไว้ ส่วนค่ารักษาพยาบาล อุบัติเหตุส่วนบุคคล และการประกันตัวผู้ขับขี่เป็นความคุ้มครองที่แต่ละแผนอาจมีหรือไม่มี ให้เช็กในใบเสนอราคาก่อนซื้อ ประกันรถยนต์ทุกชั้นไม่คุ้มครองการสึกหรอ และรถเสียเองที่ไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุ
ประกันรถยนต์แต่ละชั้น คุ้มครองอะไร เหมาะกับใคร
เรียงจากชั้นที่คุ้มครองรถของคุณกว้างที่สุดไปน้อยที่สุด เก่งมากเปรียบเทียบแผนทุกชั้นจากหลายบริษัทให้คุณ จะได้เห็นความต่างก่อนเลือก
ประกันรถยนต์ชั้น 1
ชั้น 1 คุ้มครองกว้างที่สุดในประกันภาคสมัครใจ จ่ายค่าซ่อมรถของคุณจากอุบัติเหตุ ทั้งชนกับรถคันอื่นและชนเองโดยไม่มีคู่กรณี เช่น ชนเสา เฉี่ยวกำแพง หรือตกหลุม รวมถึงรถหาย ไฟไหม้ และโดยทั่วไปน้ำท่วม พร้อมความรับผิดต่อคู่กรณีและบุคคลภายนอก ชั้น 1 จึงเป็นชั้นที่ไฟแนนซ์มักกำหนดให้รถที่ยังผ่อนอยู่ต้องทำ
ดูรายละเอียดและเช็กเบี้ยประกันรถยนต์ชั้น 1ประกันชั้น 1 คุ้มครองอะไรบ้าง
- ค่าซ่อมรถของคุณเมื่อชนกับรถคันอื่น ทั้งตอนที่คุณเป็นฝ่ายถูกและฝ่ายผิด
- ค่าซ่อมรถของคุณเมื่อชนเองโดยไม่มีคู่กรณี เช่น ถอยชนเสา หรือรถพลิกคว่ำ
- รถหายหรือถูกโจรกรรม และรถเสียหายจากไฟไหม้ จ่ายตามทุนประกัน
- กระจกแตกร้าวแม้ไม่มีคู่กรณี
- ค่าซ่อมรถและทรัพย์สินของคู่กรณี และค่าเสียหายต่อชีวิตและร่างกายของบุคคลภายนอก เมื่อคุณเป็นฝ่ายผิด
ขึ้นอยู่กับแผน
- น้ำท่วม โดยทั่วไปคุ้มครอง แต่บางแผนจำกัดวงเงินหรือไม่คุ้มครอง ให้เช็กในใบเสนอราคา
- ค่ารักษาพยาบาล อุบัติเหตุส่วนบุคคล และประกันตัวผู้ขับขี่ หลายแผนมีให้
ประกันชั้น 1 ไม่คุ้มครองอะไร
- การสึกหรอตามการใช้งาน เช่น ยาง ผ้าเบรก หรือแบตเตอรี่เสื่อม
- เครื่องยนต์หรือระบบไฟฟ้าเสียเองที่ไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุ
- ค่าซ่อมรถของคุณในกรณีที่กรมธรรม์ยกเว้น เช่น ผู้ขับขี่เมาแล้วขับหรือไม่เคยมีใบขับขี่ และเป็นฝ่ายผิด
ประกันชั้น 1 เหมาะกับใคร
- รถใหม่ หรือรถอายุไม่เกิน 5 ปีที่อยากซ่อมศูนย์
- รถอายุไม่เกิน 10-15 ปีที่ยังอยากได้ความคุ้มครองเต็มที่แบบซ่อมอู่ แล้วแต่บริษัท
- รถที่ยังผ่อนกับไฟแนนซ์
- มือใหม่หัดขับ หรือคนที่ขับรถทุกวันและขับทางไกลบ่อย
- คนที่จอดรถริมถนน หรืออยู่ในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม
ประกันรถยนต์ชั้น 2+
ชั้น 2+ อยู่ตรงกลางระหว่างชั้น 1 กับชั้น 3+ จ่ายค่าซ่อมรถของคุณเมื่อชนกับยานพาหนะทางบก เช่น รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ โดยต้องระบุคู่กรณีได้ และคุ้มครองรถหายกับไฟไหม้ด้วย ส่วนความรับผิดต่อคู่กรณีและบุคคลภายนอกคุ้มครองเหมือนชั้นอื่น เบี้ยของชั้น 2+ จึงมักต่ำกว่าชั้น 1 สำหรับรถคันเดียวกัน
ดูรายละเอียดและเช็กเบี้ยประกันรถยนต์ชั้น 2+ประกันชั้น 2+ คุ้มครองอะไรบ้าง
- ค่าซ่อมรถของคุณเมื่อชนกับยานพาหนะทางบกและระบุคู่กรณีได้
- รถหายหรือถูกโจรกรรม และรถเสียหายจากไฟไหม้ จ่ายตามทุนประกัน
- ค่าซ่อมรถและทรัพย์สินของคู่กรณี และค่าเสียหายต่อชีวิตและร่างกายของบุคคลภายนอก เมื่อคุณเป็นฝ่ายผิด
ขึ้นอยู่กับแผน
- น้ำท่วมและภัยธรรมชาติ บางแผนคุ้มครอง บางแผนไม่คุ้มครอง ให้เช็กในใบเสนอราคา
- ค่ารักษาพยาบาล อุบัติเหตุส่วนบุคคล และประกันตัวผู้ขับขี่
ประกันชั้น 2+ ไม่คุ้มครองอะไร
- ชนเองโดยไม่มีคู่กรณี เช่น ชนเสา ชนต้นไม้ หรือตกข้างทาง
- ชนแล้วคู่กรณีหนีไป และหาตัวคู่กรณีไม่ได้
- การสึกหรอ และรถเสียเองที่ไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุ
ประกันชั้น 2+ เหมาะกับใคร
- รถอายุประมาณ 3-7 ปี ที่มูลค่ายังพอสมควร
- คนที่ขับรถระมัดระวัง โอกาสชนเองน้อย
- คนที่จอดรถในที่จอดเปิด และยังกังวลเรื่องรถหายหรือไฟไหม้
- เจ้าของรถที่ผ่อนหมดแล้ว อยากลดเบี้ยจากชั้น 1 แต่ยังอยากให้รถได้รับการซ่อมเมื่อชนกับรถคันอื่น
ประกันรถยนต์ชั้น 2
ชั้น 2 คุ้มครองรถของคุณเฉพาะกรณีรถหายและไฟไหม้ และคุ้มครองความรับผิดต่อคู่กรณีและบุคคลภายนอก แต่ไม่จ่ายค่าซ่อมรถของคุณจากการชน ทั้งชนกับรถคันอื่นและชนเอง จุดนี้คือความต่างหลักจากชั้น 2+ ที่เพิ่มค่าซ่อมรถของคุณเมื่อชนกับยานพาหนะทางบกที่ระบุคู่กรณีได้
ดูรายละเอียดและเช็กเบี้ยประกันรถยนต์ชั้น 2ประกันชั้น 2 คุ้มครองอะไรบ้าง
- รถหายหรือถูกโจรกรรม จ่ายตามทุนประกัน
- รถเสียหายจากไฟไหม้
- ค่าซ่อมรถและทรัพย์สินของคู่กรณี และค่าเสียหายต่อชีวิตและร่างกายของบุคคลภายนอก เมื่อคุณเป็นฝ่ายผิด
ขึ้นอยู่กับแผน
- น้ำท่วมและภัยธรรมชาติ บางแผนคุ้มครอง บางแผนไม่คุ้มครอง ให้เช็กในใบเสนอราคา
- ค่ารักษาพยาบาล อุบัติเหตุส่วนบุคคล และประกันตัวผู้ขับขี่
ประกันชั้น 2 ไม่คุ้มครองอะไร
- ค่าซ่อมรถของคุณจากการชน ทั้งมีคู่กรณีและไม่มีคู่กรณี
- การสึกหรอ และรถเสียเองที่ไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุ
ประกันชั้น 2 เหมาะกับใคร
- คนที่ห่วงเรื่องรถหายและไฟไหม้มากกว่าค่าซ่อมจากการชน
- รถที่ใช้งานน้อย แต่ต้องจอดนอกบ้านหรือในที่จอดสาธารณะเป็นประจำ
- คนที่พร้อมจ่ายค่าซ่อมรถของตัวเองเมื่อเกิดการชน
ประกันรถยนต์ชั้น 3+
ชั้น 3+ มักเป็นชั้นที่เบี้ยประหยัดที่สุดในกลุ่มที่ยังจ่ายค่าซ่อมรถของคุณ โดยจ่ายเฉพาะเมื่อชนกับยานพาหนะทางบกและระบุคู่กรณีได้ พร้อมความรับผิดต่อคู่กรณีและบุคคลภายนอก แต่ไม่คุ้มครองรถหายและไฟไหม้ เหมาะกับคนที่อยากได้ความคุ้มครองพื้นฐานเมื่อเกิดรถชนรถ
ดูรายละเอียดและเช็กเบี้ยประกันรถยนต์ชั้น 3+ประกันชั้น 3+ คุ้มครองอะไรบ้าง
- ค่าซ่อมรถของคุณเมื่อชนกับยานพาหนะทางบกและระบุคู่กรณีได้
- ค่าซ่อมรถและทรัพย์สินของคู่กรณี เมื่อคุณเป็นฝ่ายผิด
- ค่าเสียหายต่อชีวิตและร่างกายของบุคคลภายนอก ในส่วนที่เกินวงเงินของ พ.ร.บ.
ขึ้นอยู่กับแผน
- น้ำท่วม บางแผนมีให้เป็นความคุ้มครองเพิ่มเติม ให้เช็กในใบเสนอราคา
- ค่ารักษาพยาบาล อุบัติเหตุส่วนบุคคล และประกันตัวผู้ขับขี่
ประกันชั้น 3+ ไม่คุ้มครองอะไร
- รถหายหรือถูกโจรกรรม
- รถเสียหายจากไฟไหม้
- ชนเองโดยไม่มีคู่กรณี หรือชนแล้วหาตัวคู่กรณีไม่ได้
- การสึกหรอ และรถเสียเองที่ไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุ
ประกันชั้น 3+ เหมาะกับใคร
- รถอายุ 7 ปีขึ้นไป ที่มูลค่ารถลดลงแล้ว
- รถที่ใช้งานไม่บ่อย หรือจอดในที่ปลอดภัย เช่น ในบ้านหรือในอาคาร
- คนที่ขับรถระมัดระวัง อยากประหยัดเบี้ย แต่ยังอยากให้รถได้รับการซ่อมเมื่อชนกับรถคันอื่น
ประกันรถยนต์ชั้น 3
ชั้น 3 ไม่คุ้มครองรถของคุณ แต่คุ้มครองคู่กรณี คือจ่ายค่าซ่อมรถและทรัพย์สินของคู่กรณี และค่าเสียหายต่อชีวิตและร่างกายของบุคคลภายนอก เมื่อคุณเป็นฝ่ายผิด ส่วนค่าซ่อมรถของคุณเอง รถหาย และไฟไหม้ คุณต้องรับผิดชอบเอง ถ้าคู่กรณีเป็นฝ่ายผิด คุณเรียกค่าซ่อมจากคู่กรณีหรือบริษัทประกันของเขาได้
ดูรายละเอียดและเช็กเบี้ยประกันรถยนต์ชั้น 3ประกันชั้น 3 คุ้มครองอะไรบ้าง
- ค่าซ่อมรถของคู่กรณี เมื่อคุณเป็นฝ่ายผิด
- ทรัพย์สินของคนอื่นที่เสียหายจากรถของคุณ เช่น รั้วบ้านหรือกำแพง
- ค่าเสียหายต่อชีวิตและร่างกายของบุคคลภายนอก ในส่วนที่เกินวงเงินของ พ.ร.บ.
ขึ้นอยู่กับแผน
- ค่ารักษาพยาบาล อุบัติเหตุส่วนบุคคล และประกันตัวผู้ขับขี่
ประกันชั้น 3 ไม่คุ้มครองอะไร
- ค่าซ่อมรถของคุณจากการชนทุกแบบ
- รถหาย ถูกโจรกรรม และไฟไหม้
- รถของคุณเสียหายจากน้ำท่วมหรือภัยธรรมชาติ
ประกันชั้น 3 เหมาะกับใคร
- รถเก่าที่มูลค่าเหลือไม่มาก และพร้อมจ่ายค่าซ่อมรถของตัวเอง
- คนที่อยากมีความคุ้มครองคู่กรณีเพิ่มจาก พ.ร.บ. ด้วยเบี้ยที่ต่ำ
- รถที่ใช้งานน้อยมาก หรือใช้เป็นรถคันที่สอง
ควรเลือกประกันชั้นไหนดี?
เริ่มจากอายุและมูลค่าของรถ รถยังผ่อนอยู่ไหม และคุณกังวลเรื่องไหนมากที่สุด ตัวอย่างด้านล่างเป็นจุดเริ่มต้น ไม่ใช่กฎตายตัว
รถใหม่ หรือยังผ่อนกับไฟแนนซ์
เลือกชั้น 1 ไฟแนนซ์มักกำหนดให้ทำชั้น 1 และรถอายุไม่เกิน 5 ปีมักยังเลือกซ่อมศูนย์ได้
รถอายุ 3-7 ปี ขับทุกวัน
ชั้น 1 แบบซ่อมอู่ หรือชั้น 2+ ถ้าอยากลดเบี้ยและยังห่วงเรื่องรถหายหรือไฟไหม้
รถอายุ 7 ปีขึ้นไป ใช้งานไม่บ่อย
ชั้น 3+ จ่ายค่าซ่อมรถของคุณเมื่อชนกับรถคันอื่นด้วยเบี้ยที่ต่ำกว่า ถ้ายังห่วงเรื่องรถหาย ให้ดูชั้น 2+
จอดรถริมถนน หรืออยู่ในพื้นที่น้ำท่วมบ่อย
ชั้น 1 คุ้มครองรถหาย ไฟไหม้ และโดยทั่วไปคุ้มครองน้ำท่วม แต่บางแผนจำกัดวงเงินหรือไม่คุ้มครอง ให้ดูในใบเสนอราคา ถ้าเลือกชั้น 2+ หรือ 3+ ให้เช็กว่าแผนนั้นคุ้มครองน้ำท่วมด้วย
มือใหม่หัดขับ
ชั้น 1 เพราะจ่ายค่าซ่อมแม้ชนเองโดยไม่มีคู่กรณี เช่น ถอยชนเสาในที่จอดรถ หรือเฉี่ยวรั้วหน้าบ้าน
อยากได้แค่ความคุ้มครองคู่กรณี
ชั้น 3 คุ้มครองคู่กรณีด้วยเบี้ยที่ต่ำ ถ้าอยากให้รถของคุณได้รับการซ่อมเมื่อชนกับรถคันอื่นด้วย ให้เลือกชั้น 3+
ซ่อมศูนย์หรือซ่อมอู่ เลือกอย่างไร
เมื่อซื้อประกันชั้น 1 คุณมักเลือกได้ว่าจะซ่อมศูนย์หรือซ่อมอู่ ซ่อมศูนย์คือซ่อมที่ศูนย์บริการของยี่ห้อรถ เบี้ยสูงกว่าซ่อมอู่ และมักรับรถอายุไม่เกิน 5 ปี แล้วแต่บริษัท
ซ่อมอู่คือซ่อมที่อู่ในเครือข่ายของบริษัทประกัน รับรถได้ถึงอายุประมาณ 10-15 ปี แล้วแต่บริษัท รถที่พ้นช่วงซ่อมศูนย์แล้วจึงยังทำชั้น 1 ได้ และการเปลี่ยนเป็นซ่อมอู่ช่วยลดเบี้ยได้ชัดเจน
ทุกชั้นที่จ่ายค่าซ่อมรถของคุณ ควรดูรายชื่ออู่หรือศูนย์ในเครือของบริษัทประกันก่อนซื้อ ว่ามีที่ใกล้บ้านหรือที่ทำงานไหม เพราะการซ่อมใกล้บ้านทำให้การเคลมสะดวกขึ้นมาก
ทุนประกันและค่าเสียหายส่วนแรก ดูอย่างไร
ทุนประกันคือวงเงินสูงสุดที่บริษัทประกันจ่ายสำหรับตัวรถของคุณ เช่น เมื่อรถเสียหายทั้งคัน รถหาย หรือไฟไหม้ ควรตั้งให้ใกล้เคียงราคาตลาดของรถในปัจจุบัน ถ้าตั้งต่ำเกินไป เงินที่ได้รับเมื่อรถหายอาจไม่พอซื้อรถคันใหม่ ถ้าตั้งสูงเกินจริง คุณจะจ่ายเบี้ยแพงโดยไม่จำเป็น
ค่าเสียหายส่วนแรกคือเงินที่คุณจ่ายเองก่อนเมื่อเคลม มีทั้งแบบที่กรมธรรม์กำหนด เช่น เคลมโดยระบุคู่กรณีไม่ได้ และแบบที่คุณเลือกรับเองเพื่อให้เบี้ยถูกลง ก่อนซื้อให้ดูว่าแผนที่เลือกมีค่าเสียหายส่วนแรกในกรณีไหนบ้าง
วงเงินความรับผิดต่อบุคคลภายนอก เช่น ค่าซ่อมทรัพย์สินของคู่กรณีต่อครั้ง และค่าเสียหายต่อชีวิตและร่างกายต่อคน แต่ละแผนตั้งไว้ไม่เท่ากัน เวลาเทียบแผนในชั้นเดียวกัน ให้ดูตัวเลขเหล่านี้ด้วย ไม่ใช่ดูแค่เบี้ย
พ.ร.บ. กับประกันภาคสมัครใจ ต้องมีทั้งสองอย่างไหม
พ.ร.บ. เป็นประกันที่รถทุกคันต้องมีตามกฎหมาย และต้องใช้ตอนต่อภาษีรถประจำปี ถ้าไม่มีจะมีโทษปรับ ส่วนประกันชั้น 1, 2+, 2, 3+ และ 3 เป็นภาคสมัครใจ กฎหมายไม่ได้บังคับ แต่ไฟแนนซ์มักกำหนดให้รถที่ยังผ่อนอยู่ทำชั้น 1
พ.ร.บ. คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลและการเสียชีวิตของคนที่บาดเจ็บจากรถ แต่ไม่จ่ายค่าซ่อมรถหรือทรัพย์สิน ค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่เจอบ่อยหลังอุบัติเหตุ เช่น ค่าซ่อมรถของคุณ ค่าซ่อมรถคู่กรณี หรือรั้วบ้านของคนอื่น จึงต้องพึ่งประกันภาคสมัครใจ รถส่วนใหญ่จึงมีทั้ง พ.ร.บ. และประกันภาคสมัครใจอย่างน้อยหนึ่งชั้น
ข้อยกเว้นที่พบบ่อยในประกันรถยนต์ทุกชั้น
กรณีเหล่านี้บริษัทมักไม่จ่ายค่าซ่อมรถของคุณ แต่บางกรณียังจ่ายให้คู่กรณีก่อน แล้วเรียกเงินคืนจากผู้เอาประกันภายหลัง
- ผู้ขับขี่เมาแล้วขับ และเป็นฝ่ายผิด
- ผู้ขับขี่ไม่เคยมีใบขับขี่ หรือถูกเพิกถอนใบขับขี่ และเป็นฝ่ายผิด
- นำรถไปแข่งความเร็ว
- ใช้รถผิดจากที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ เช่น แจ้งใช้ส่วนบุคคลแต่นำไปรับจ้าง
- การสึกหรอตามการใช้งาน และรถเสียเองที่ไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุ
- ความเสียหายจากการกระทำโดยไม่สุจริต เช่น ตั้งใจทำให้รถเสียหายเพื่อเคลม
เทียบประกันรถยนต์ยังไง ให้ได้แผนที่คุ้ม
เลือกชั้นก่อน แล้วค่อยเทียบแผนในชั้นเดียวกันจากหลายบริษัท ลองเช็ก 6 เรื่องนี้
- เทียบแผนในชั้นเดียวกัน และตั้งทุนประกันใกล้เคียงกัน
- ดูว่าเป็นซ่อมศูนย์หรือซ่อมอู่ และอู่ในเครืออยู่ใกล้บ้านไหม
- เช็กค่าเสียหายส่วนแรก ว่าต้องจ่ายเองในกรณีไหนบ้าง
- ดูวงเงินคุ้มครองคู่กรณีและทรัพย์สินของบุคคลภายนอก
- ถ้าเลือกชั้น 2+ หรือ 3+ ให้ดูว่าแผนนั้นคุ้มครองน้ำท่วมหรือไม่
- ดูบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน และช่องทางแจ้งเคลมของแต่ละบริษัท
ข้อควรทราบ
ความคุ้มครอง วงเงิน ค่าเสียหายส่วนแรก และข้อยกเว้นจริงเป็นไปตามกรมธรรม์ของแต่ละบริษัทและแผนที่เลือก อ่านใบเสนอราคาและเงื่อนไขก่อนซื้อ ถ้ามีคำถาม ทักทีมงานทาง LINE ได้เลย
